2 จำนวนผู้เข้าชม |
การเลือกซื้อแบตเตอรี่ UPS หรือเครื่องสำรองไฟฟ้า ไม่ได้ดูแค่ว่าเป็นยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไร หรือมีกำลังไฟสูงแค่ไหนเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจที่มีผลต่อทั้ง “ความต่อเนื่องของการทำงาน” และ “ความปลอดภัยของอุปกรณ์” ในระยะยาว หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์ ซื้อ UPS มาใหม่ พอไฟดับจริงกลับสำรองไฟได้เพียงไม่กี่นาที ทั้งที่ใช้งานยังไม่นาน แต่แบตเตอรี่กลับเสื่อม ต้องเปลี่ยนใหม่ก่อนเวลาอันควร กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำโดยไม่จำเป็น
ถ้าไม่อยากให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งที่อยากแนะนำให้โฟกัสจริง ๆ มีอยู่ 3 เรื่องหลัก คือ ความจุของแบตเตอรี่ อายุการใช้งาน และงบประมาณ ซึ่งจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ไปทีละข้อตามนี้ค่ะ
ก่อนจะเลือกแบตเตอรี่ UPS สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองคือ “เราต้องการความเสถียรของไฟฟ้าในระดับไหน ?” ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไฟดับ ไฟตก หรือไฟกระชากบ่อย การมี UPS ที่เสถียรและแบตเตอรี่ที่พร้อมใช้งานจริง จะช่วยป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ได้มาก
ตัวอย่างเช่น งานที่ ไฟห้ามดับระหว่างทำงาน อย่าง เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย หรือระบบ POS
กำลังไฟเป็นอีกปัจจัยที่สัมพันธ์โดยตรงกับแบตเตอรี่ UPS เพราะถ้าเลือกกำลังไฟต่ำเกินไป แบตจะทำงานหนักและเสื่อมเร็ว แนวคิดง่ายๆ คือ
ยิ่งโหลดสูงเท่าไร แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้งานหนักขึ้น และ Runtime จะสั้นลงตามไปด้วย
หัวใจสำคัญของการเลือกแบตเตอรี่ UPS คือ ต้องการสำรองไฟได้นานแค่ไหน? แบตเตอรี่ที่มีความจุมาก (Ah สูง) จะสามารถสำรองไฟได้นานกว่า แต่ก็แลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นและงบประมาณที่สูงขึ้นเช่นกัน คำถามที่ควรถามตัวเองคือ
การรู้เป้าหมายชัด จะช่วยให้เลือกความจุแบตเตอรี่ UPS ได้เหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น
แบตเตอรี่ UPSไม่ได้อยู่ได้ตลอดไป โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ
หากเน้นงบประมาณเริ่มต้น แบต SLA ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และไม่อยากเปลี่ยนแบตบ่อย แบต Lithium-ion อาจคุ้มค่ากว่าในภาพรวม
UPS รุ่นใหม่หลายรุ่นมีระบบควบคุมที่ช่วยให้ดูแลแบตเตอรี่ UPSได้ง่ายขึ้น เช่น
ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้รู้ทันเมื่อแบตเริ่มเสื่อม ลดความเสี่ยงที่ระบบจะล้มโดยไม่รู้ตัว
สุดท้ายคือเรื่อง งบประมาณ ซึ่งควรมองทั้ง “งบวันนี้” และ “งบระยะยาว”
การตั้งงบประมาณให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน จะช่วยให้การลงทุนกับแบตเตอรี่ UPSมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ก่อนจะไปดูตัวอย่างแต่ละเคส มาลองทบทวนกันนิดนึงนะคะ…
จริงๆแล้วแบตเตอรี่ UPS มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าเข้าใจพื้นฐานตรงนี้ จะช่วยให้เลือกได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น และไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างการใช้งานแต่ละแบบกันค่ะ ว่าแบบไหนควรเลือกยังไง ?
โจทย์ : ใช้คอมพิวเตอร์ 1–2 เครื่อง ต้องการแค่เซฟงานแล้วปิดเครื่อง
คำตอบ : เลือก UPS ขนาด 800–1000VA ใช้แบตเตอรี่ SLA ก็เพียงพอ → งบประหยัด ใช้งานได้ตรงจุด
โจทย์ : ต้องการให้ระบบทำงานต่อช่วงไฟดับ ใช้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน
คำตอบ : เลือก UPS 1500–2000VA แบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น เพื่อ Runtime 20–30 นาที → ลดความเสี่ยงธุรกิจสะดุด
โจทย์ : ระบบสำคัญ ไฟห้ามดับ ใช้งานต่อเนื่อง 24/7
คำตอบ : เลือก UPS ขนาดใหญ่ ใช้แบต Lithium-ion อายุการใช้งานยาว → ลงทุนสูง แต่คุ้มค่าและเสถียรในระยะยาว

หากคุณยังไม่แน่ใจว่า ควรเลือกแบตเตอรี่ UPSแบบไหน ขนาดเท่าไร หรือเหมาะกับหน้างานของคุณหรือไม่ MaxiPowerPlus ยินดีให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมา จากประสบการณ์ดูแลทั้งบ้าน ออฟฟิศ ร้านค้า ไปจนถึงองค์กรและ Server Room เราพร้อมช่วย
✓ ประเมินการใช้งานจริงและโหลดของอุปกรณ์
✓ แนะนำ UPS และแบตเตอรี่ที่เหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น
✓ ให้ข้อมูลทั้งข้อดี ข้อจำกัด และงบประมาณอย่างชัดเจน
✓ ดูแลเครื่องสำรองไฟฟ้าตั้งแต่ก่อนซื้อ ไปจนถึงการใช้งานระยะยาว
เพราะเราเชื่อว่าแบตเตอรี่ UPS ที่ดี ไม่ใช่แค่สำรองไฟได้ แต่ต้องคุ้มค่าและใช้งานได้จริงในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด
สามารถติดต่อทีมงานเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้ค่ะ
LINE: https://lin.ee/hHBrup5
Facebook: MaxiPowerPlus
โทร: 02-152-6590, 095-956-4514, 084-053-1494