รวมปัญหาที่พบบ่อยกับการใช้ไฟสำรอง และวิธีแก้ไขเบื้องต้น

15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รวมปัญหาที่พบบ่อยกับการใช้ไฟสำรอง และวิธีแก้ไขเบื้องต้น

ใครที่มีไฟสำรองติดบ้านหรือออฟฟิศอยู่แล้ว บางทีก็เจอเหตุการณ์แปลก ๆ ที่ทำให้งงว่านี่เครื่องพังหรือเปล่า บี๊บไม่หยุด ไฟดับแล้วเครื่องไม่ทำงาน หรือสำรองได้แค่แป๊บเดียวก็หมดแล้ว ส่วนใหญ่พอเจอแบบนี้ก็รีบโทรหาช่างทันที ทั้งที่จริง ๆ แล้วบางปัญหาแก้ได้เองง่ายมาก ไม่ต้องรอช่างเลยด้วยซ้ำ

บทความนี้รวมปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดกับการใช้ไฟสำรองมาให้ครบ พร้อมวิธีแก้เบื้องต้นแบบที่ใคร ๆ ก็ทำตามได้


ปัญหา : เครื่องบี๊บตลอดเวลา แบบไม่มีหยุด

อาการบี๊บเป็นสัญญาณเตือนที่ไฟสำรองใช้สื่อสารกับเรา ปัญหาคือมันบี๊บหลายแบบ ความหมายก็ต่างกัน

  • บี๊บยาวต่อเนื่องไม่หยุด มักหมายความว่าโหลดเกินกำลังที่เครื่องรับได้ ให้ลองถอดอุปกรณ์บางชิ้นออกก่อนแล้วดูว่าเสียงหยุดไหม ถ้าหยุดแสดงว่าของที่เสียบอยู่มันหนักเกินไปสำหรับเครื่องรุ่นนี้
  • บี๊บสั้น ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มักหมายความว่ากำลังทำงานอยู่บนแบตเตอรี่ คือไฟบ้านมีปัญหาอยู่โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ลองตรวจดูเต้ารับและสายไฟก่อน
  • บี๊บเป็นจังหวะแต่ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณว่าแบตเตอรี่กำลังจะหมดและเหลือเวลาสำรองอีกน้อยมากแล้ว

วิธีแก้เบื้องต้น ดูคู่มือเครื่องว่ารูปแบบเสียงบี๊บหมายความว่าอะไร ลดโหลดที่เสียบอยู่ลง และถ้าบี๊บบ่อยผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ให้เช็กสุขภาพแบตเตอรี่เป็นอันดับแรก


ปัญหา :  ไฟดับแล้วไฟสำรองไม่ทำงาน

นี่คืออาการที่น่าตกใจที่สุด เพราะซื้อมาเพื่อรับมือกับไฟดับโดยเฉพาะ แต่พอถึงเวลาจริงกลับใช้งานไม่ได้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ แบตเตอรี่เสื่อมสภาพโดยที่ไม่รู้ตัว เครื่องยังเปิดติดอยู่ ไฟ LED ยังขึ้นปกติ แต่แบตข้างในไม่มีความจุเหลืออยู่แล้ว สาเหตุรองลงมาคือเครื่องไม่เคยได้รับการทดสอบเลย ซื้อมาแล้วเสียบทิ้งไว้หลายปีโดยไม่เคยเช็กว่าแบตยังดีอยู่ไหม

วิธีแก้เบื้องต้น ทดสอบไฟสำรอง ทุก 3–6 เดือนโดยถอดปลั๊กออกจากผนังแล้วจับเวลาดูว่าสำรองได้นานแค่ไหน ถ้าสั้นกว่าที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัด ให้รีบเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที อย่ารอให้ถึงวันที่ต้องใช้จริงแล้วค่อยรู้ว่าพัง


ปัญหา :  สำรองไฟได้แค่ไม่กี่นาที ทั้งที่เคยอยู่ได้นานกว่านี้

ถ้าสังเกตว่า ไฟสำรองเครื่องเดิมเคยรับได้ 15 นาที แต่ตอนนี้ไฟดับแล้วอยู่ได้แค่ 3–4 นาทีก็หมดแล้ว นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าแบตเตอรี่เสื่อมแล้ว

แบตเตอรี่ในเครื่องสำรองไฟเป็นแบบตะกั่วกรดซีลปิด มีอายุการใช้งานประมาณ 3–5 ปี และเสื่อมลงทีละนิดโดยที่เราไม่รู้สึก อุณหภูมิห้องก็มีผลมาก ถ้าตั้งเครื่องในที่ร้อนหรืออากาศถ่ายเทไม่ดี แบตจะเสื่อมเร็วกว่าปกติมาก

วิธีแก้เบื้องต้น ตรวจสอบอายุของแบตเตอรี่ก่อน ถ้าเกิน 3 ปีแล้วให้เตรียมเปลี่ยน และย้ายเครื่องออกจากพื้นที่ร้อนหรือตู้ปิดสนิทมาอยู่ในที่อากาศถ่ายเทดีกว่านี้ได้เลย


ปัญหา : เครื่องร้อนผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นออกมา

อาการนี้อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด กลิ่นไหม้หรือกลิ่นแปลกๆจากไฟสำรอง อาจมาจากหลายสาเหตุ ทั้งฝุ่นสะสมในช่องระบายอากาศจนทำให้ความร้อนระบายไม่ออก แบตเตอรี่บวมหรือรั่ว หรือวงจรภายในมีปัญหา

สิ่งที่ไม่ควรทำคือเปิดฝาครอบแล้วแกะเองถ้าไม่มีความรู้ เพราะอาจเป็นอันตรายได้

วิธีแก้เบื้องต้น ปิดเครื่องและถอดปลั๊กออกก่อนทันที ใช้ลมเป่าดูดฝุ่นออกจากช่องระบายอากาศ ตรวจดูว่ามีสิ่งกีดขวางรอบเครื่องหรือเปล่า ถ้ายังมีกลิ่นหลังทำความสะอาดแล้ว ควรส่งให้ช่างตรวจสอบ อย่าฝืนเปิดใช้งานต่อ


ปัญหา : เครื่องเปิดไม่ติดเลย

กดปุ่มแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไฟไม่ขึ้น ไม่มีเสียง เหมือนเครื่องตายสนิท

ก่อนจะสรุปว่าเครื่องพัง ให้เช็กของง่าย ๆ ก่อน สายไฟเสียบแน่นดีไหม เต้ารับมีไฟจริงไหม ลองเปลี่ยนปลั๊กดูก่อน บางเครื่องมีฟิวส์หรือ Circuit Breaker อยู่ด้านหลัง ลองกดรีเซ็ตดูก็ได้

วิธีแก้เบื้องต้น เช็กสายไฟและเต้ารับ ดูว่ามีปุ่ม Reset หรือฟิวส์ด้านหลังเครื่องไหม ถ้าทำทั้งหมดแล้วยังไม่ติด ให้ส่งช่างตรวจสอบ อย่าพยายามถอดแยกชิ้นส่วนเองโดยเด็ดขาด


ปัญหา : ไฟออกจากเครื่องไม่คงที่ อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ

บางครั้งเสียบอุปกรณ์กับไฟสำรองแล้วพบว่าจอกระพริบ คอมค้างบ่อย หรืออุปกรณ์รีสตาร์ทเองโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่ไฟบ้านก็ไม่ได้ดับ

สาเหตุมักมาจากไฟบ้านในพื้นที่นั้นไม่เสถียร แรงดันขึ้นลงตลอด แต่เครื่องที่ใช้อยู่เป็นแบบ Standby ธรรมดาที่ไม่มีระบบปรับแรงดัน ทำให้ไฟที่ส่งออกไปก็ไม่คงที่ตามไปด้วย

วิธีแก้เบื้องต้น ถ้าพื้นที่บ้านหรือออฟฟิศมีปัญหาไฟไม่เสถียรบ่อย ควรเปลี่ยนมาใช้ไฟสำรองแบบ Line-interactive ที่มีระบบ AVR ในตัว ซึ่งจะคอยปรับแรงดันให้คงที่โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้ไฟดับก่อน


25 ปีที่วางใจได้ ทุกครั้งที่ไฟดับ กับ Maxi Power Plus

ปัญหาขอไฟสำรอง ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่คุณพร้อม แต่มักเกิดตอนที่งานด่วนที่สุด ข้อมูลสำคัญที่สุด หรือระบบขององค์กรกำลังทำงานหนักที่สุด และนั่นแหละคือต้นทุนที่แพงที่สุดที่ไม่มีตัวเลขบนใบเสร็จ

ถ้าจับสัญญาณได้เร็ว แก้ได้ง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเสียหายหนัก บางครั้งราคาซ่อมแทบเท่ากับซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด การดูแลเชิงป้องกันจึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนที่คุ้มที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ

ทีมงาน Maxi Power Plus พร้อมเข้าตรวจสอบและวินิจฉัยสุขภาพเครื่องสำรองไฟของคุณโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในวงการ UPS มากกว่า 25 ปี ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็กแบตเตอรี่ ซ่อมแซม บำรุงรักษาตามรอบ หรืออยากให้ช่วยประเมินว่าเครื่องที่มีอยู่ยังตอบโจทย์การใช้งานปัจจุบันไหม เราดูแลให้ครบ ไม่ต้องประสานงานหลายเจ้า

อย่ารอให้เครื่องพังก่อนแล้วค่อยโทรหาเรา ติดต่อได้เลยที่ maxipowerplus.com แล้วให้ทีมงานเราช่วยดูแลระบบไฟสำรองของคุณก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง

สามารถติดต่อทีมงานเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

LINE: https://lin.ee/hHBrup5
Facebook: MaxiPowerPlus
โทร: 02-152-6590, 095-956-4514, 084-053-1494




























































Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้